บทความ >> การผลิตรายการโทรทัศน์
เทคโนโลยีการกระจายเสียง ปี 2551

)
 
เทคโนโลยีการกระจายเสียง ปี 2551
กรมประชาสั มพันธ์ ปี 2551 เป็นปีที่ มีอายุ ครบ 75 ปี มีสิ่งใหม่ ๆ ที่ เกิดขึ้นในขณะนี้ คือพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ได้มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2551 ทําให้ข้าราชการต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปมากที่สุดในเรื่อง การพัฒนาสมรรถนะ คุณาพและศักยาพของตัวข้าราชการ ซึ่งจะเน้นหลักผลงาน หลักความรู้ความสามารถ และหลักสมรรถนะ การเปลี่ยนแปลงที่สําคัญอีกอย่าง คือ การยกเลิกระดับมาตรฐานกลาง (11 ระดับ) หรือที่ เรียกกันทั่วไปว่า ระบบซี ที่ใช้กันมาตั้งแต่ปี 2518 ซึ่งต่อไปข้าราชการจะมีการแบ่งกลุ่มตําแหน่งเป็น 4 ประเท ประเทบริหาร อํานวยการวิชาการ และทั่วไปตามลักษณะงาน และพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2551 มีผลบังคับทําให้ กรมประชาสัมพันธ์ซึ่งเป็นหน่วยงานาครัฐมี ารกิจหน้าที่ ประกอบกิจการบริ การสาธารณะ กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ประเทที่ 1 เพื่อส่งเสริมความรู้ การศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม การเกษตร การส่งเสริมอาชีพอื่น ๆ สุขาพอนามัย กีฬา หรือการส่งเสริมคุณาพชีวิตของประชาชน รวมทั้งารกิจ ประเทที่ 3 การกระจายข้อมูลข่าวสารเพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างรัฐบาลกับ ประชาชน และรัฐสากับประชาชน ฯลฯ สําหรับกรมประชาสัมพันธ์แล้วจะมีผลทําให้ การดําเนินการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ จะหารายได้จากกาโฆษณาไม่ได้ เว้นแต่ การหารายได้ โดยการโฆษณาหรือเผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับงานหรือกิจการของหน่วยงานาครัฐหรือ รัฐวิสาหกิจ สมาคม มูลนิธิ ฯลฯ หรือการเสนอาพลักษณ์ขององค์กร บริษัทและกิจการ โดยมิได้มีการโฆษณาสรรพคุณ จะเห็นได้ว่าปัญหาอุปสรรคการทํางานในอนาคตมีมากขึ้นจากเดิม ปัญหาเดิม คือการลดอัตรากําลังของข้าราชการ การจัดตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียง และสถานีเครื่องส่งโทรทัศน์เพื่อเพิ่มเขตบริการในอนาคตจะกระทําได้ยาก
เทคโนโลยีการกระจายเสียงและการส่งโทรทัศน์ในอนาคตที่จะก้าวสู่ยุคดิจิทัล สํานักส่งเสริมและพัฒนางานเทคนิค กรมประชาสัมพันธ์ ได้ดําเนินการพัฒนางานด้านเทคโนโลยี ระบบดิจิทัลที่ ผ่านมา คือ ในปี 2543 ได้จัดสัมมนาการส่งโทรทัศน์ระบบดิจิทัล DVB และต่อมา เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2543 ได้ทดลองส่งโทรทัศน์ระบบดิจิตอล DVB-T (Digital Video Broadcasting-Terrestrial ) ที่ช่อง 47 (UHF) ความถี่ 682 MHz (แบนด์วิท 8 MHz) กําลังเครื่องส่ง 250 วัตต์ ส่งออกอากาศด้วยกําลังส่งที่ สายอากาศ 2.5 กิโลวัตต์ โดยใช้เทคโนโลยี COFDM (Coded Orthogonal Frequency Division Multiplex)ซึ่งพั ฒนาจากกลุ่มประเทศยุโรป ดําเนินการโดย 4 หน่วยงานที่อยู่ายใต้ การกํากับดูแลของสํานักปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ได้แก่ กรมประชาสัมพันธ์ องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย สถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส บริษัท ยูบีซี เคเบิล เน็ตเวอร์ จํากัด (สทท.11 ทีวี 9 สี อสมท. TPBS และ UBC จํานวน 4 รายการ ในช่องความถี่เดียวกัน) ทดลองออกอากาศเป็นเวลา 8 เดือน และถือว่าเป็นประเทศแรกในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ทําการทดลอง ระบบการส่งโทรทัศน์าคพื้นดินระบบดิจิทัล
articles: technoSound1.gif
แผนผังระบบการส่งโทรทัศน์ DVB-T ที่ทําการทดลองในประเทศไทย ปี 2543
ใน เดือนพฤษาคม 2547 กรมประชาสัมพันธ์ได้ทําการทดลองการส่งวิทยุกระจายเสียงระบบดิจิทัล DRM (Digital Radio Mondiale) โดยความร่วมมือจาก ABU (Asia-Pacific Broadcasting Union บริษัทผู้ผลิตเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียง Harris Corporation BBC( VT Merlin Communication) และ จาก Deutsche Welle ได้มีการจัดการทดลองการกระจายเสียงวิทยุระบบดิจิตอลในย่านความถี่กลาง (MW) ความถี่ 837 kHz ที่ สถานีเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย บางพูน จังหวัดปทุมธานี และต่อมา ในปี 2548 สํานักส่งเสริมและพัฒนาเทคนิค กรมประชาสัมพันธ์ ร่วมกับบริษัท HARRIS ทําการทดลองส่งกระจายเสียงอีกครั้งที่ สถานีเครื่องส่งวิทยุแห่งประเทศไทย บางพูน จังหวัดปทุมธานี ที่เดิมการทดลองการส่งกระจายเสียงดิจิตอลระบบ DRM เป็นการสํารวจเขตบริการวิทยุกระจายเสียงระบบดิจิทัลในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อเปรียบเทียบกับการส่งวิทยุกระจายเสียงระบบ เอ.เอ็ม. แบบเดิม
articles: technoSound2.jpg
คุณสมบัติที่ดีของการส่งวิทยุกระจายเสียงระบบบดิจิทัล DRM (Digital Radio Mondiale ) คือ
คุ ณาพเสียงที่รับได้จากเครื่องรับวิทยุ จะมีคุณาพเทียบเท่ากับเครื่องเล่นซีดี มีความชัดเจนสูง ไม่มีเสียงรบกวน ซึ่งเทคโนโลยีนี้ จะนํามาใช้งานในลักษณะดังนี้ คือ
- ใช้งานทดแทนวิทยุกระจายเสียงระบบ AM (Medium-Short Wave)
- ใช้ย่านความถี่ในการส่งกระจายเสียงระบบ AM (MW/SW) เดิม
- ส่งสัญญาณเสียงในระบบ Stereo และสามารถส่งข้อมูล(ตัวอักษร ชื่อเพลง ชื่อสถานีวิทยุ
ความถี่ แจ้งผังรายการ อื่น ๆ)
articles: technoSound3.jpg

ในปี 2549-2550 สํานักส่งเสริมและพัฒนางานเทคนิคได้ดําเนินการจัดทําโครงการทดสอบการส่งโทร ทัศน์ระบบดิจิทัล DVB-T และการส่งวิทยุกระจายเสียงระบบดิจิทัล HDRadio แต่ปรากฏว่ามีปัญหาอุปสรรคในการใช้คลื่นความถี่ที่จะใช้งานในการทดลอง ซึ่งตาม พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2543 คณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียงแห่งชาติ (กสช.) มีหน้าที่พิจารณาอนุญาตและกํากับดูแลการใช้คลื่นความถี่เพื่อกิจการวิทยุ กระจายเสียงและกิจการวิทยุโทรทัศน์และการกําหนดมาตรฐานและลักษณะพึงประสงค์ ทางเทคนิคของอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุ โทรทัศน์ ยังจัดตั้งไม่สําเร็จ ทําให้การพิจารณาจัดสรรความถี่ไม่สามารถดําเนินการได้เทคโนโลยีการส่งวิทยุ กระจายเสียง HDRadio (High Definition Radio) ซึ่งพัฒนาจากประเทศสหรัฐอเมริกา มีลักษณะเด่นในการใช้งาน คือ
o AM digital จะให้คุณาพเสียงที่รับฟังจากเครื่องรับวิทยุเทียบเท่ากับการรับฟังในระบบ FMเดิม
o FM digital จะให้คุณาพเสียงที่รับฟังจากเครื่องรับวิทยุเทียบเท่ากับการรับฟังจากเครื่องเล่น CD
o คุณาพเสียงในระบบดิจิทัลจะชัดเจน ไม่มีเสียงรบกวนใด ๆ ทั้งสิ้น และสัญญาณที่เบาหรือจาง
หายไปบางครั้งจะไม่มี
o สามารถให้บริการเสริมพร้อมกับการส่งกระจายเสียง คือ ข้อมูล เช่น ข้าว พยากรณ์อากาศ ข้าว
การจารจร หรือข้อมูลในการส่งกระจายเสียง ชื่อรายการ ชื่อเพลง ชื่อนักร้อง หรือโฆษณาสินค้า
คุณสมบัติทางเทคนิคที่สําคัญของ HDRadio
- งานทดแทนวิทยุกระจายเสียงระบบ AM/FM
- ใช้ย่านความถี่ในการส่งกระจายเสียงระบบ AM/FM
- ความถี่ที่ใช้งาน 1 ความถี่สามารถส่งรายการได้ 4-5 รายการ
- ส่งสัญญาณเสียงในระบบ Stereo และสามารถส่งข้อมูล(ตัวอักษร ชื่อเพลง ชื่อสถานีวิทยุ
ความถี่ แจ้งผังรายการ อื่น ๆ)
- สามารถส่งสัญญาณ AM/FM Analogue พร้อมกับสัญญาณ HDRadio (Digital) ในความถี่เดียวกันพร้อมกัน
articles: technoSound4.gif
เนื่องจากปัญหาอุปสรรคในการจัดสรรคลื่นความถี่สําหรับใช้ในการส่งวิทยุ กระจายเสียงระบบดิจิทัลเพราะความถี่ที่ใช้งานในขณะนี้ส่วนมากใช้ในกิจการ สื่อสารโทรคมนาคม ใช้ในกิจการโทรศัพท์ กิจการอินเตอร์เน็ต ซึ่งมีการใช้งานเต็มทุกย่านความถี่แล้ว และการที่จะเปลี่ยนผู้ฟังวิทยุจากที่ใช่เครื่องรับวิทยุระบบอนาล็อกเดิม โดยการซื้อเครื่องรับวิทยุระบบดิจิทัลมาทดแทนไม่สามารถดําเนินการได้ทันที ดังนั้นจึงมีช่วงเวลาโอนถ่ายระบบ จําเป็นต้องส่งกระจายเสียงทั้งสองระบบพร้อมกันระยะหนึ่ง HDRadio มีความเหมาะสม เพราะใช้คลื่นความถี่เดิม ไม่ต้องขอจัดสรรความถี่ใหม่ สามารถส่งทั้งอนาล็อกและดิจิทัลได้พร้อมกัน และต่อมาเมื่อต้องการส่งในระบบดิจิทัลสมบูรณ์แบบก็สามารถออกแบบให้ส่งระบบดิ จิทัลอย่างเดียวได้
articles: technoSound5.jpg
เทคโนโลยีการส่งโทรทัศน์สีระบบดิจิทัลาคพื้นดินของมาตรฐานประเทศญี่ปุ่น ISDB-T (IntegratedServices Digital Broadcasting - Terrestrial) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่มาแข่งขันกับการส่งโทรทัศน์ระบบดิจิทัล DVB-T เริ่มให้บริการในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2550 มีคุณสมบัติในการส่งโทรทัศน์สี ดังนี้ คือ
o ส่งสัญญาณโทรทัศน์สีความชัดเจนสูง (HDTV : High Definition TV) จํานวน 1 ช่องรายการ หรือส่งสัญญาณโทรทัศน์สีมาตรฐาน (SDTV : Standard Definition TV) จํานวน 3 ช่องรายการในช่องสัญญาณ โทรทัศน์อนาล็อกเดิมจํานวน 1 ช่องสัญญาณขนาด 6 MHz
o ส่งสัญญาณการบริการมัลติมีเดีย และการส่งกระจายเสียงได้มากกว่า 1 ช่องสัญญาณเสียง รวมไป
กับการส่งโทรทัศน์
o บางส่วนของการส่งข้อมูลสามารถเพิ่มการส่งโทรทัศน์สําหรับบริการการส่งโทรทัศน์สีระบบดิจิทัล
ลักษณะระบบการรับสัญญาณโทรทัศน์เคลื่อนที่ (mobile reception) โดยส่งสัญญาณ ได้ทั้ง าพ
เสียง และข้อมูลบริการต่าง ๆ
o สามารถส่งสัญญาณโทรทัศน์ในระบบเครือข่ายโดยใช้คลื่นวิทยุความถี่เดียว (SFN : Single
Frequency Network)
articles: technoSound6.jpg

ตัวอย่างการส่งโทรทัศน์ระบบ ISDB-T ซึ่งสามารถให้บริการได้หลายรูปแบบช่องความถี่เดียว
เนื่องจากสหาพโทรคมนาคมโลก ได้มีข้อเสนอให้ประเทศสมาชิกทั่วโลกเปลี่ยนการส่งโทรทัศน์าคพื้นดินสู่ระบบ ดิจิทัล โดยได้กําหนดการเลิกส่งโทรทัศน์ในระบบอนาล็อกในปี 2015 (ปี พ.ศ. 2558) ซึ่งเหลือเวลาประมาณ 7 ปี มีหลายประเทศได้เริ่มส่งโทรทัศน์ระบบดิจิทัล DVB-T เช่น ประเทศสิงคโปร์ บรูไน ดารุสซาราม และมาเลเซีย รวมทั้งส่ง DVB-H สําหรับโทรทัศน์เคลื่อนที่ DRM ในปี 2551 ส่วนประเทศไทยยังมีปัญหาเกี่ยวกับกฎหมาย ซึ่งคาดว่า เมื่อ กสทช. ได้จัดตั้งเรียบร้อยก็จะสามารถดําเนินการได้ ทั้งการส่งโทรทัศน์ระบบดิจิทัลาคพื้นดิน และการส่งกระจายเสียงระบบดิจิทัล เช่น DRM, DAB และ HDRadio
เทคโนโลยีการส่งกระจายเสียงและการส่งโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลที่ประเทศไทยได้ ดําเนินการไปแล้วในส่วนที่ไม่ได้ใช้คลื่นความถี่าคพื้นดิน คือ การส่งวิทยุกระจายเสียง ระบบดิจิทัลผ่านดาวเทียม กรมประชาสัมพันธ์ได้ดําเนินการมาแล้วประมาณ 15 ปี แต่เป็นระบบปิดต่อมาในปี 2550 ได้เปลี่ยนการส่งกระจายเสียงระบบเปิดทําให้ประชาชนทั่วไปสามารถรับสัญญาณ ผ่านดาวเทียมได้โดยใช้เครื่องรับโทรทัศน์ดิจิทัล ผ่านดาวเทียมทั่วไป การส่งโทรทัศน์ดิจิทัลผ่านดาวเทียมให้บริการ 10 ปีมาแล้ว การส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมใช้ย่านความถี่ C-Band ทําให้คุณาพสัญญาณไม่มีปัญหาในการรับสัญญาณแม้จะมีฝนตก
นอกจากนั้นสถานีโทรทัศน์ช่องอื่น ๆ ก็มีการเปลี่ยนการส่งสัญญาณโทรทัศน์ไปยังสถานีเครือข่ายทั่วประเทศโดยส่งโทร ทัศน์ดิจิทัลผ่านดาวเทียมในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน รวมทั้งาคปร