วันที่ 25 ก.ค. 66 นพ.ณรงค์ สายวงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในการเป็นประธานเปิดงานรณรงค์วันป้องกันการจมน้ำโลก ปี 2566 ภายใต้แนวคิด “เริ่มทำ - ทำต่อ - ต่อขยาย...คนไทยไม่จมน้ำ” โดยมี Dr.Jos Vandelaer ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันการจมน้ำตามมติสหประชาชาติ และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมงาน ว่า ประเทศไทยกำหนดให้วันเสาร์แรกเดือนมีนาคมของทุกปีเป็นวันรณรงค์ป้องกันเด็กจมน้ำ และมีการจัดกิจกรรมทุกปีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2552 และในปี 2564 ที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติได้มีมติเรื่อง Global Drowning Prevention กำหนดให้วันที่ 25 กรกฎาคมของทุกปีเป็นวันป้องกันการจมน้ำโลก โดยในปีนี้ องค์การอนามัยโลกกำหนดแนวคิด คือ “Do one thing - Improve one thing - Add one thing” เพื่อให้ทุกประเทศทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อดำเนินงานป้องกันการจมน้ำ ซึ่งสามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่ระดับบุคคล เครือข่ายหรือภาครัฐ ทั้งนี้ การจมน้ำยังคงเป็นปัญหาสำคัญทางด้าสาธารณสุขทั่วโลก จากข้อมูลองค์การอนามัยโลก
พบแต่ละปีทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำประมาณ 236,000 คน โดย 1 ใน 4 เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ซึ่งในกลุ่มเด็กอายุ 5 - 14 ปี พบว่าการจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ส่วนประเทศไทย ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ระหว่างปี 2556 - 2565 มีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำ 36,403 คน เฉลี่ยปีละ 3,640 คน หรือวันละกว่า 10 คน ในจำนวนนี้ เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี 6,992 คน สาเหตุหนึ่งที่พบบ่อยคือ ขาดทักษะการเอาชีวิตรอดและการช่วยเหลือคนตกน้ำ/จมน้ำ ที่ถูกต้อง
สำหรับการรณรงค์ในปีนี้ มีผู้เข้าร่วมจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งเด็กและประชาชนทั่วไปเกือบ 500 คน กิจกรรมประกอบด้วย การสอนการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) โดยมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย, การสาธิตทักษะการเอาชีวิตรอดในน้ำของเด็กนักเรียน, การแสดงพลังความร่วมมือของประเทศไทย “Do one thing to prevent drowning”, การมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันการจมน้ำ, การเรียนรู้วิธีการ CPR ช่วยคนจมน้ำ และการประกวดโยนเชือกช่วยคนตกน้ำในระดับประเทศ 2 ประเภท ได้แก่ การโยนเชือกเปล่า และการโยนเชือก ผูกถังแกลลอน แบ่งเป็น 5 รุ่น ตั้งแต่เด็กอายุ 7 ปี จนถึงประชาชนทุกกลุ่มอายุ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประกวด จำนวน 151 ทีม จาก 14 จังหวัด