นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ตามที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง มีความห่วงใยต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยและพี่น้องแรงงานไทยที่ไปทำงานในอิสราเอล ทั้งที่ได้รับผลกระทบและไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอิสราเอล กระทรวงแรงงาน โดย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ให้ความสำคัญต่อการให้ความช่วยเหลือพี่น้องแรงงานไทยที่ทำงานในอิสราเอลและได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยขอให้เป็นภารกิจเร่งด่วนที่กระทรวงแรงงานต้องติดตามอย่างใกล้ชิดและให้ความสำคัญเรื่องนี้สูงสุด ซึ่งกระทรวงแรงงานได้เริ่มปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยแล้ว โดยมีแนวทางช่วยเหลือ ดังนี้
1. “เยียวยา” ให้กับแรงงานไทยที่เป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ และอยู่ในความคุ้มครอง โดยเมื่อกลับมาถึงประเทศไทย กระทรวงแรงงานจ่ายรายละ15,000 บาท ทันที ตามสิทธิประโยชน์เงินสงเคราะห์ กรณีประสบปัญหาต้องเดินทางกลับประเทศไทยก่อนครบสัญญาจ้างจากเหตุสงคราม
2. “หางานใหม่ ทั้งในและต่างประเทศ” โดยกระทรวงแรงงานจะเจรจาประสานให้กับแรงงานไทยที่ยังไม่หมดสัญญาและประสงค์จะกลับไปทำงานที่อิสราเอล เพื่อให้สามารถกลับไปทำงานได้เมื่อเหตุการณ์สงบ รวมทั้งสอบถามความสมัครใจของแรงงานหากไม่ประสงค์กลับไปทำงานที่อิสราเอล สามารถแจ้งความประสงค์มายังกระทรวงแรงงาน เพื่อเดินทางไปทำงานยังประเทศอื่นๆ ในส่วนผู้ที่มีความประสงค์จะทำงานในประเทศไทย ทางกระทรวงแรงงานพร้อมหางานให้ โดยสามารถแจ้งมาได้ที่กรมการจัดหางาน
3. “ฝึกทักษะฝีมือ รองรับอาชีพใหม่” กับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยแรงงานไทย ที่กลับมาจากอิสราเอลและบุคคลในครอบครัว สามารถติดต่อสถาบันและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานที่ตั้งอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ เช่น อุบลราชธานี อุดรธานี นครราชสีมา สกลนคร ศรีสะเกษ บึงกาฬบุรีรัมย์ หนองบัวลำภู เชียงราย พิจิตร อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี จันทบุรี และนราธิวาส เพื่อเข้ารับการฝึกทักษะด้านอาชีพเสริม และสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัวได้ต่อไป
4. “ดูแลสิทธิประโยชน์ และค่าจ้างค้างจ่าย” ในส่วนนี้ผมได้สั่งการให้ อัครราชทูตที่ปรึกษา(ฝ่ายแรงงาน) ประจำประเทศอิสราเอล ประสานนายจ้างเพื่อดำเนินการ จ่ายค่าจ้างส่วนที่ยังค้างจ่าย แล้ว อยู่ระหว่างการเจรจา
"ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานยืนยันเจตนารมณ์ที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับชีวิตของพี่น้องแรงงานไทยที่ทำงานในอิสราเอลทุกคน และจะให้การช่วยเหลือ ดูแลทุกท่านที่เดินทางกลับมาถึงประเทศไทยให้ได้รับสิทธิประโยชน์ และการคุ้มครองตามกฎหมาย” นายไพโรจน์ฯ กล่าว