นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้า โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยปากแบ่งพร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.หมากหญ้า อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี พร้อมกล่าวว่า ประชาชนต้องพึ่งภาคเกษตรกรรม โครงการพระราชดำริซึ่งบริหารจัดการเรื่องน้ำไม่ท่วมไม่แล้ง ถือเป็นโครงการที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาในแต่ละปี สามารถเก็บกักได้แค่ 1 ใน 3 ที่เหลือถูกปล่อยลงไปหมด ตรงนี้ถือว่าเรายังสามารถปรับปรุงได้ ถ้าเราทำให้น้ำไม่ท่วมไม่แล้ง ประกอบกับนโยบายของรัฐนี้ที่จะเสริมสร้างองค์ความรู้ และเปิดตลาดให้เกษตรกรไทย เชื่อว่าภายใน 4 ปี ข้างหน้า รายได้ของเกษตรกรไทยจะเพิ่มขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว
นายกฯ ยังกล่าวอีกว่า โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยปากแบ่งฯนี้ ถือเป็นโครงการแม่แบบและเป็นโครงการตัวอย่างที่ในหลายพื้นที่จะนำไปปรับปรุงและนำไปใช้ หากติดขัดเรื่องงบประมาณ หรือความช่วยเหลือต่างๆ ขอให้แจ้งมายังรัฐบาล โดยรัฐบาลพร้อมยินดีให้การช่วยเหลือ และให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องปากท้องของพี่น้องประชาชนในขั้นพื้นฐาน ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลให้ความสำคัญ และต้องการผลักดันส่งเสริมให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยปากแบ่ง พร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตามที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้พระราชทานอ่างเก็บน้ำห้วยปากแบ่ง เพื่อช่วยเหลือราษฎรซึ่งขาดแคลนน้ำ เพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตรให้แก่ประชาชนในพื้นที่ และทรงรับโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยปากแบ่งพร้อมระบบส่งน้ำ ไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งพื้นที่รับประโยชน์ 1,600 ไร่ สำรองน้ำอุปโภค-บริโภค 798 ครัวเรือน คิดเป็นประชากร 3,740 คน บรรเทาปัญหาอุทกภัย โดยตัดยอดน้ำได้ 1,594,000 ลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 600 ไร่ โครงการดังกล่าวก่อสร้างตั้งแต่ปี 2565 - 2568 จากผลการดำเนินงาน ณ ปัจจุบันคิดเป็นร้อยละ 24 ซึ่งเป็นไปตามแผนที่วางไว้