<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[Social Media NBT]]></title>
<link>https://nbt2hd.prd.go.th/th/content/category/index/id/2153</link>
<atom:link href="https://nbt2hd.prd.go.th/th/content/category/index/id/2153" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[“ภูมิธรรม” นำทีมพาณิชย์ เยือนคาซัคสถาน 13-18 ส.ค.นี้ เร่งเปิดตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เชื่อมโอกาสทางการค้าทางบกให้ไทย]]></title>
<link>https://nbt2hd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2153/iid/314937</link>
<guid isPermaLink="false">199e4b0f94b9b754658849308f491835</guid>
<pubDate>Tue, 13 Aug 2024 10:47:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายวิทยากร มณีเนตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 13-18 สิงหาคม 2567 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีกำหนดนำคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพาณิชย์ เดินทางเยือนสาธารณรัฐคาซัคสถาน ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่มีโอกาสทางการค้า โดยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 88 ของไทยในโลก และอันดับที่ 2 ของไทยในกลุ่มสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (Eurasian Economic Union : EAEU) มีประชากรกว่า 190 ล้านคน และมีมูลค่า GDP ต่อหัวเป็นอันดับ 2 ในประเทศกลุ่มเครือรัฐเอกราช (CIS) รองจากรัสเซีย มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในกลุ่มประเทศอดีตสหภาพโซเวียตและเป็นประเทศ land lock ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีทรัพยากรที่สำคัญจำนวนมาก เช่น น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และยูเรเนียมเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก และมีบทบาทในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ โดยเป็นประเทศมุสลิมสายกลางโดยการส่งออกน้ำมันเป็นรายได้หลักของประเทศที่มีอิทธิพลและมีบทบาทสำคัญในองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าไปยังอีก 4 ประเทศ ได้แก่ อุซเบกิสถาน คีร์กิซสถาน เติร์กเมนิสถาน ทาจิกิสถาน&nbsp;</p>

<p>&ldquo;การเดินทางไปครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบาย &ldquo;รักษาตลาดเดิม เสริมตลาดใหม่&rdquo; ของนายภูมิธรรม ที่ต้องการขยายโอกาสการส่งออกให้กับผู้ประกอบการไทย เพราะคาซัคสถานเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญรายหนึ่งของไทยในกลุ่ม CIS และยังสามารถที่จะใช้เป็นประตูการค้าเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียกลางและประเทศที่มีนามสกุล &ldquo;สถาน&rdquo; โดยรอบได้อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งล้วนแต่เป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ และที่ผ่านมา สินค้าไทยยังเข้าสู่ตลาดได้น้อย ส่วนใหญ่ส่งออกผ่านรัสเซียและอินเดีย หากส่งออกตรงได้ ก็จะเพิ่มมูลค่าการค้าได้มาก&rdquo;</p>

<p>&nbsp;สำหรับการเดินทางไปครั้งนี้ นายภูมิธรรมมีกำหนดพบปะกับนายออลจัส เบคเตนอฟ (Mr. Olzhas Bektenov) นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน เพื่อหารือถึงความร่วมมือในการขยายการค้าและเศรษฐกิจระหว่างกัน และมีกำหนดหารือกับ Dr.Mirgali Kunayev กงสุลกิตติมศักดิ์ของไทยแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน และ รอ.ชัชวรรณ สาครสินธุ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอัสตานา เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในการเปิดสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ สาธารณรัฐคาซัคสถาน</p>

<p>นอกจากนี้ จะหารือกับผู้บริหาร DAMU Industrial and Logistics Center เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับเส้นทางการขนส่งสินค้าจากไทยสู่คาซัคสถาน เพื่อผลันดันให้สินค้าไทยเข้าสู่คาซัคสถานมากขึ้น</p>

<p>ขณะเดียวกัน มีกำหนดการมอบประกาศนีบัตร Thai SELECT ให้แก่ร้านอาหาร Bangkok Thai Cafe ณ เมืองอัลมาตี สาธารณรัฐคาซัคสถาน และเยี่ยมชมร้าน Pattaya Spa ในฐานะร้านต้นแบบ Thai SELECT ในคาซัคสถานที่เป็น Showroom บริการ และ Soft Power ไทย รวมทั้งจะใช้โอกาสนี้ สำรวจตลาดการค้าสินค้า เพื่อดูว่าสินค้าอะไรที่มีโอกาสในการส่งออกไปขาย ก็จะได้จัดทำแผนผลักดันต่อไป</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nbt2hd.prd.go.th/th/file/get/file/202408131f06e1978e34304807b88440fed7298e104850.jpg' type='image/jpg' length='9585995' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ ย้ำให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ดูแลสิทธิประโยชน์ของประชาชนไทยอย่างเต็มความสามารถ พร้อมสั่งการชี้แจงข้อเท็จจริง ไม่ยอมให้ทุนต่างประเทศทำให้คนไทยเสียผลประโยชน์]]></title>
<link>https://nbt2hd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2153/iid/314914</link>
<guid isPermaLink="false">43d81c6ae573de9378258e71d7f7e871</guid>
<pubDate>Tue, 13 Aug 2024 10:27:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย กรณีที่เป็นกระแสความสงสัยในสังคมว่าทุนจากต่างประเทศเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยทำให้คนไทยเสียผลประโยชน์นั้น ขอให้ทุกฝ่ายในสังคมพิจารณาอย่างถ้วนถี่โดยใช้หลักการและเหตุผล โดยขอชี้แจงตามข้อมูลจากหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง ดังนี้<br />
&nbsp;<br />
กรณีการเข้ามาของกลุ่มทุนต่างประเทศในธุรกิจร้านอาหาร และมีการกล่าวอ้างว่า ธุรกิจร้านอาหารปิดกิจการถึง 50% นั้น ไม่เป็นความจริง แม้ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญกับความท้าทายหลากหลาย แต่ยังมีการจัดตั้งธุรกิจร้านอาหารไทยใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2567 ไทยมีนิติบุคคลดำเนินธุรกิจร้านอาหารอยู่ 23,414 ราย ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก 97.46% (22,819 ราย)<br />
&nbsp;<br />
ในช่วง 7 เดือน (มกราคม - กรกฎาคม 2567) มีการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจร้านอาหารใหม่ 2,472 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดท่องเที่ยวและหัวเมืองใหญ่ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 926 ราย ชลบุรี 258 ราย ภูเก็ต 192 ราย เชียงใหม่ 165 ราย และสุราษฎร์ธานี 122 ราย<br />
&nbsp;<br />
กระทรวงพาณิชย์ได้ดูแลช่วยเหลือภาคธุรกิจร้านอาหาร ด้วยการเสริมแกร่งให้ผู้ประกอบการร้านอาหารของไทยสามารถปรับตัว แสวงหาโอกาส และรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยให้ร้านอาหารเข้าถึงและเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคมากขึ้น ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจับมือผู้เชี่ยวชาญธุรกิจร้านอาหารร่วมกันสร้างสรรค์ 7 กิจกรรม ดังนี้<br />
&nbsp;<br />
1) ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านการบริหารจัดการธุรกิจร้านอาหารอย่างมืออาชีพ ผ่านหลักสูตร Smart Restaurant Plus ปัจจุบันมีร้านอาหารผ่านการพัฒนาจากกรมแล้วกว่า 3,000 ราย &nbsp;<br />
2) ยกระดับมาตรฐานร้านอาหารไทยผ่านตราสัญลักษณ์ Thai SELECT<br />
3) กระตุ้นยอดขายเพิ่มรายได้ร้านอาหาร ผ่านแคมเปญ &ldquo;เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT&rdquo; โดยร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยพลังเศรษฐกิจสร้างสรรค์ Soft Power อาหารไทย<br />
4) ส่งเสริมช่องทางการตลาด ผ่านการจำหน่ายอาหารในงานเทศกาลอาหารต่างๆ และแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีชั้นนำ<br />
5) เสริมสร้างการรับรู้ให้แก่ร้านอาหารไทยและตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ผ่านผู้ทรงอิทธิพลบน Social Media (Influencer)<br />
6) การเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวกับร้านอาหาร โดยได้นำร่องแล้ว 10 เส้นทาง อาทิ จ.นครราชสีมา เชียงใหม่ ภูเก็ต เป็นต้น และมีเป้าหมายเพิ่มขึ้นให้ครบทุกภูมิภาคต่อไป<br />
7) สร้างเครือข่ายผู้ประกอบการร้านอาหาร ผ่านกิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจของผู้ประกอบร้านอาหาร และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การเพิ่มคู่ค้าและต่อยอดธุรกิจ<br />
&nbsp;<br />
นอกจากนี้ ได้ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจมากขึ้น โดยนำกิจการมาใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น<br />
&nbsp;<br />
ทั้งนี้ ต่อประเด็นทัวร์ศูนย์เหรียญ กระทรวงพาณิชย์มีมาตรการดูแลกลุ่มทุนต่างประเทศที่เข้ามาดำเนินธุรกิจท่องเที่ยวแบบเบ็ดเสร็จ คือ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เร่งเดินหน้าทำงานกับหน่วยงานพันธมิตรด้านการบังคับใช้กฎหมายเพื่อกำกับดูแลให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการไทย จากการเข้ามาแข่งขันและจัดตั้งธุรกิจโดยผิดกฎหมายของต่างชาติ ซึ่งรวมถึง การตรวจสอบธุรกิจที่มีลักษณะนอมินี หรือให้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อหลีกเลี่ยงการขออนุญาตประกอบธุรกิจตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ที่กำหนดให้คนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจบริการตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.ฯ และต้องการถือหุ้นเกินร้อยละ 50 ต้องเข้าสู่กระบวนการขออนุญาตโดยถูกต้อง มิฉะนั้นจะมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนถึงหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ<br />
&nbsp;<br />
ในโอกาสนี้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึง กรณีที่มีกระแสข่าวว่า ขณะนี้มีบริษัทจากประเทศจีน ซึ่งเป็นทั้งผู้ผลิตและเดินรถ เริ่มเข้ามาเจรจาจะขอซื้อกิจการรถทัวร์ในประเทศไทย ว่าไม่สามารถทำได้<br />
&nbsp;<br />
โดยกรมการขนส่งทางบกได้ชี้แจงว่า ใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทางและใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทางด้วยรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารไม่สามารถโอนใบอนุญาตประกอบการขนส่งจากนิติบุคคลรายหนึ่งไปให้นิติบุคคลอีกรายหนึ่งได้ รวมทั้งได้ชี้แจงด้วยข้อกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 กำหนดคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทางด้วยรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร และการขนส่งไม่ประจำทางด้วยรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร กรณีที่เป็นนิติบุคคลว่าจะต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทยและมีสำนักงานใหญ่อยู่ในราชอาณาจักรไทยรวมถึงกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทยและทุนของบริษัทไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ต้องเป็นของผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย ซึ่งกรมการขนส่งทางบกได้ตรวจสอบและพิจารณาอนุญาตโดยถือปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวอย่างเคร่งครัด &nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;&ldquo;นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ห่วงใยต่อความรู้สึก กำลังใจของประชาชนในการดำรงชีวิต เข้าใจดีว่าประชาชนมีความท้าทายที่หลากหลาย และไม่ต้องการให้กำลังใจของประชาชนถูกบั่นทอนด้วยข่าวบิดเบือน รวมทั้ง ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด รักษาสิทธิประโยชน์ของคนไทยอย่างสูงสุด&rdquo; นายชัย กล่าว</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nbt2hd.prd.go.th/th/file/get/file/202408139baf411962badba258435a4ff1e58749103227.jpg' type='image/jpg' length='1862398' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“จิราพร” เยือนอีสาน ชูนโยบายพลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานรากให้ชุมชนร่วมคิดร่วมทำผ่านกองทุนหมู่บ้าน ย้ำ “รัฐบาลเศรษฐาไม่ทิ้งชุมชน”]]></title>
<link>https://nbt2hd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2153/iid/314427</link>
<guid isPermaLink="false">d8cc7d09ac48f873d1dd7f4a58f6e270</guid>
<pubDate>Sat, 10 Aug 2024 15:11:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม &ldquo;กองทุนหมู่บ้านมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน&rdquo; และการประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดโดยสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.)&nbsp; โดยมี นายยุทธพร พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ได้แก่ นายภาควัต ศรีสุรพล สส. ขอนแก่น เขต 5 นางสาววิภาณี ภูคำวงศ์ สส. ขอนแก่น เขต 8 และนางมุกดา พงศ์สมบัติ อดีต สส. ขอนแก่น เข้าร่วม</p>

<p>นางสาวจิราพร กล่าวถึงแนวทางการดำเนินงานขับเคลื่อนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ตอนหนึ่งระบุว่า กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เป็นนโยบายที่ถือกำเนิดขึ้นปี 2544 ในรัฐบาลภายใต้การนำของ ดร. ทักษิณ ชินวัตร ต่อเนื่องจนถึงรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และปีนี้จะเป็นการก้าวสู่ปีที่ 23 สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาล ภายใต้การนำของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจฐานราก เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยใช้หลักการตามระบอบประชาธิปไตย คืนภาษีให้พี่น้องประชาชน กระจายอำนาจให้ &lsquo;ประชาชนคิด ประชาชนใช้ ประชาชนจัดการ&rsquo; สร้างกระบวนการร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ภายใต้การจัดสรรและบริหารเงินกองทุนอย่างมีระบบ</p>

<p>นางสาวจิราพร กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในทุกระดับ โดยใช้แนวทาง &lsquo;Dual Track Policy&rsquo; ที่ ดร. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยได้นำมาใช้แล้วประสบความสำเร็จ โดยนโยบายนี้มีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูประเทศพร้อมกับสร้างความเติบโตในระยะยาว&nbsp; ซึ่งกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะในระดับชุมชน เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง ช่วยปลดล็อคภาวะหนี้สินของประชาชน และช่วยก่อให้เกิดรายได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ยังได้ขับเคลื่อนนโยบายทางเศรษฐกิจที่สำคัญอีกหลายด้าน ทั้งการเดินทางพบปะชาวต่างชาติ เพื่อดึงเม็ดเงินการลงทุนเข้าประเทศ พร้อมกับขับเคลื่อนนโยบายพักหนี้เกษตรกร ตรึงราคาพลังงาน โครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ รวมถึงนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ที่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศที่ซบเซามาเป็นระยะเวลานาน ให้กลับมาคึกคัก และเกิดการหมุนเวียนเม็ดเงินในประเทศ</p>

<p>นางสาวจิราพร เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ นับเป็นกิจกรรมแรกของปี 2567 เพื่อให้ประชาชน โดยเฉพาะตัวแทนเครือข่าย และกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาศักยภาพกองทุนหมู่บ้านฯ ไปด้วยกัน โดยจะมีการจัดกิจกรรมดังกล่าวไปยังพื้นที่อีก 3 ภูมิภาค ได้แก่ วันที่ 15 สิงหาคม ณ จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 17 สิงหาคม ณ จังหวัดสงขลา และวันที่ 19 สิงหาคม ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต่อไป</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nbt2hd.prd.go.th/th/file/get/file/20240810edb110be18503035667f5b7ccf46a619151258.jpg' type='image/jpg' length='2415436' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[15 ขั้นตอน ลงทะเบียนรับสิทธิ์ โครงการดิจิทัลวอลเล็ต และยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ"]]></title>
<link>https://nbt2hd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2153/iid/311750</link>
<guid isPermaLink="false">d4543c7fbf6b5422426bd1824d733f0e</guid>
<pubDate>Thu, 01 Aug 2024 10:57:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nbt2hd.prd.go.th/th/file/get/file/2024080154f74e1945fbd46ffc14bd3871019495110100.jpg' type='image/jpg' length='73027' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พวงเพ็ชร” ลุยงานกลางดึก ลงพื้นที่จับบุหรี่ไฟฟ้า ใกล้ ม.ดัง ย่านรามคำแหง-ลาดพร้าว ยึดของกลางได้หลักหมื่นชิ้น มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท]]></title>
<link>https://nbt2hd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2153/iid/280662</link>
<guid isPermaLink="false">9a6bb39d7cb300ab3a4388dd5806e882</guid>
<pubDate>Fri, 19 Apr 2024 14:51:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>( 19 เม.ย.67 ) เวลา 11.30 น. ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายธสรณ์อัฑฒ์ ธนิทธิพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ศ.พญ.สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์ รอง ผอ.ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อควบคุมยาสูบ (สจย.) นายพชรพรรษ์ ประจวบลาภ เลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) ร่วมแถลงข่าวการดำเนินการจับกุมร้านค้าที่ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า บริเวณสถานศึกษาและพื้นที่ชุมชน จากการลงพื้นที่เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา<br />
<br />
จากการที่ สคบ. ได้รับเรื่องร้องเรียนและข้อกังวลจากผู้ปกครองนักเรียน ว่ามีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าใกล้เคียงบริเวณสถานศึกษาและในพื้นที่ชุมชนเป็นจำนวนมาก ช่วงค่ำของคืนที่ผ่านมา ( 18 เม.ย.67 ) ดร.พวงเพ็ชร จึงสั่งการให้ทางศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ สคบ. นำโดย นายเลิศศักดิ์ รักธรรม รองหัวหน้าศูนย์ฯ เร่งตรวจสอบ โดยได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง และ สน.ลาดพร้าว ลงพื้นที่เป้าหมายย่านรามคำแหงและย่านลาดพร้าว ซึ่ง ดร.พวงเพ็ชร พร้อมด้วย นายวราวุธ ยันต์เจริญ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมลงพื้นที่ครั้งนี้ด้วย<br />
<br />
จากการลงพื้นที่ สามารถจับกุมร้านค้าที่ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าได้ทั้งหมด 5 ร้านค้า ประกอบด้วย ร้านใน ซ.รามคำแหง 53 จำนวน 1 ร้าน, ร้านใน ซ.รามคำแหง 65 (ซอยมหาดไทย) จำนวน 2 ร้าน, ร้านใน ซ.ลาดพร้าว 101&nbsp; จำนวน&nbsp; 1 ร้าน และ ร้านใน ซ.ลาดพร้าว 107&nbsp; จำนวน 1&nbsp; ร้าน สามารถยึดของกลางเป็นบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าได้ 22 กระสอบ หรือกว่า 10,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท<br />
<br />
ดร.พวงเพ็ชร กล่าวว่า รัฐบาลเร่งปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง และจะมีการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการติดตามจับกุมการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่ใกล้เคียงสถานศึกษาและเขตชุมชน ในส่วนของ สคบ. ได้มีการจัดตั้งคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ สคบ. และมีการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ทั้งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงสมาคมและมูลนิธิต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งสิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ ตอนนี้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นภัยคุกคามสำคัญที่ทำร้ายเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นอนาคตของชาติ&nbsp; จึงขอความร่วมมือทุกฝ่าย หากพบเห็นการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าทั้งทาง Online และแบบมีหน้าร้าน หรือในสถานศึกษา สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วย สคบ. 1166&nbsp; แอปพลิเคชัน OCPB Connect&nbsp; ไลน์ @TraffyFondue ของ กทม. และสถานีตำรวจทุกแห่ง<br />
<br />
การจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า มีความผิดตามกฎหมาย ดังนี้<br />
1.ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่ และบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า เป็นสินค้าที่ต้องห้ามนำเข้ามาในประเทศ<br />
<br />
2.คำสั่งของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่ 9/2558 เรื่อง ห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า &ldquo;บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า&rdquo;<br />
<br />
3.พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 มาตรา 4 เพราะน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ามีนิโคตินเป็นส่วนประกอบ หากสูบในพื้นที่ห้ามสูบตามกฎหมาย ตามมาตรา 67 จะมีฐานความผิดการห้ามสูบในที่สาธารณะ<br />
<br />
ภายหลังการแถลงข่าว นพ.วันชาติ ศุภจัตุรัส ผู้อำนวยการเครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ อดีตนายกแพทยสมาคมโลก ได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ได้ดำเนินการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง และขอส่งกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกท่าน ขอให้มีการติดตามอย่างต่อเนื่องและรณรงค์อย่างจริงจัง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nbt2hd.prd.go.th/th/file/get/file/2024041958b97404afc23e125b7a0a20cc85ffad151220.jpg' type='image/jpg' length='850165' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พิพัฒน์” ดูแลค่ารักษาพยาบาล พร้อมเงินขาดรายได้ผู้ประกันตน ห่วงแรงงานเหตุแอมโมเนียรั่ว บางละมุง กำชับแรงงานจังหวัดดูแลใกล้ชิด]]></title>
<link>https://nbt2hd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2153/iid/280635</link>
<guid isPermaLink="false">d733b0216467d4ebc80cfb8f6e84ebbd</guid>
<pubDate>Fri, 19 Apr 2024 14:44:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบช่วยเหลือลูกจ้างกรณีเกิดเหตุสารเคมีรั่วไหลที่โรงงานน้ำแข็งบางละมุง จังหวัดชลบุรีว่า ทันทีที่ทราบข่าวดังกล่าว ในส่วนของกระทรวงแรงงาน ผมได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประกันตนที่ได้รับบาดเจ็บและได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งจากรายงานของ นายประสิทธิ์ ปาตังคะโร สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชลบุรี ทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา เวลา 23.30 น. ได้เกิดเหตุแอมโมเนียรั่วไหลภายใน ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงน้ำแข็งบางละมุง ตั้งอยู่เลขที่ 54 ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ประกอบกิจการผลิตน้ำแข็ง</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ทราบว่า โรงน้ำแข็งแห่งนี้มีลูกจ้างทั้งหมด 170 คน มีลูกจ้างปฏิบัติงานในขณะเกิดเหตุจำนวน 10 คน สาเหตุเกิดจากแท็งค์เก็บสารแอมโมเนียในระบบหล่อเย็นรั่วไหลออกมา ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างตรวจสอบจุดรั่วไหลของแอมโมเนีย โดยได้ปิดทำการผลิตบริเวณที่เกิดเหตุ และรับน้ำแข็งจากสาขาอื่นมาจำหน่ายตามปกติ โดยมีลูกจ้างจำนวน 2 ราย ที่ยังอยู่ระหว่างรักษาอาการ และมีชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบ ทำให้มียอดผู้บาดเจ็บกว่า 100 คน ส่วนใหญ่มีอาการระคายเคืองคอ ขณะนี้สถานการณ์ปกติ มีกลิ่นแอมโมเนียหลงเหลืออยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยโรงงานได้ฉีดน้ำอยู่เป็นระยะ เพื่อละลายสารแอมโมเนียลงท่อระบายน้ำให้มากที่สุด ซึ่งทางโรงงานยืนยันว่าจะดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวต่อไป</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ด้าน นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ในส่วนของข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงแรงงานนั้น พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 และกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 ทั้งนี้ พนักงานตรวจความปลอดภัยสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชลบุรีได้ดำเนินการชี้แจงข้อกฎหมายตาม พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 ให้นายจ้างทราบ และเข้าใจดีแล้ว และได้มีหนังสือเชิญนายจ้างมาพบพนักงานตรวจความปลอดภัย เพื่อให้ข้อเท็จจริงในวันที่ 30 เมษายนนี้ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ส่วนของการดูแลสิทธิประโยช์ผู้บาดเจ็บ กระทรวงแรงงาน โดย สำนักงานประกันสังคมจังหวัดชลบุรี สาขาบางละมุง ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่า ผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นผู้ประกันตน 43 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาลหลายแห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลวิภารามแหลมฉบัง 3 ราย โรงพยาบาลเมืองพัทยา 5 ราย โรงพยาบาลจอมเทียนพัทยา 2 ราย โรงพยาบาลชลบุรี 3 ราย โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา 7 ราย และโรงพยาบาลบางละมุง 23 ราย ผู้ประกันตน 10 ราย เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลบางละมุง โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดชลบุรี สาขาบางละมุง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและได้ชี้แจงสิทธิประโยชน์ให้แก่ตัวแทนนายจ้างทราบกรณีลูกจ้างประสบอันตรายเนื่องจากการทำงาน พร้อมเยี่ยมผู้ประกันตนที่ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลบางละมุง จำนวน 10 ราย เพื่อมอบของเยี่ยม สร้างขวัญกำลังใจ และความห่วงใยจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รวมทั้งชี้แจงสิทธิประโยชน์ค่ารักษาพยาบาล เงินทดแทนการขาดรายได้ให้แก่ผู้ประกันตนทราบ โดยสำนักงานประกันสังคมจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ลูกจ้างเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นให้ผู้ประกันตนจนสิ้นสุดการรักษา</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ทั้งนี้ ลูกจ้าง ผู้ประกันตนหรือครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 1 สำนักงานประกันสังคม</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nbt2hd.prd.go.th/th/file/get/file/20240419ab0c5c729704579c042faeda317c841b144921.jpg' type='image/jpg' length='451712' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เร่ง! ปลดล็อก การบริหารจัดการให้อำนาจท้องถิ่น และเตรียมจัดสรรงบ แก้ปัญหาลิงลพบุรี]]></title>
<link>https://nbt2hd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2153/iid/276786</link>
<guid isPermaLink="false">7290761b8e0f5b43bfa4a14e38f39fc3</guid>
<pubDate>Fri, 05 Apr 2024 14:57:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>( 5 มี.ค. 67 ) น.ส.เกณิกา อุ่นจิตร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง #การแก้ไขปัญหาลิงในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ที่สร้างความเดือดร้อน ทั้งการทำร้ายร่างกายให้ได้รับบาดเจ็บ ทำลายสิ่งของ และแย่งชิงอาหารของประชาชนในพื้นที่ว่า รัฐบาล โดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับฟังปัญหาดังกล่าวจากพี่น้องประชาชน และ สส.ในพื้นที่ จ.ลพบุรี ได้มีการสั่งการแก้ไขปัญหาเรื่องลิง ตั้งแต่เมื่อครั้งลงพื้นที่เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ที่ผ่านมา<br />
&nbsp;<br />
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้ และได้มีการลงนาม MOU เพื่อร่วมมือกัน 3 ฝ่ายคือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เทศบาลเมืองลพบุรี และ จ.ลพบุรี ในการจัดการปัญหานี้ ซึ่งจะมีการทำหมันลิง จากนั้นจะส่งไปที่สถานอนุบาลลิง ต.โพธิ์เก้าต้น จ.ลพบุรี เพื่อดูแล รักษา ฟื้นฟู และเตรียมการเคลื่อนย้ายลิงไปในสถานที่ที่เหมาะสม หรือปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกำลังจะอนุมัติให้งบประมาณในการแก้ไขปัญหา และเพื่อดำเนินการจัดทำกรงในสถานอนุบาล<br />
<br />
นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ให้ความสำคัญกับปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างมาก เพราะมีประชาชนในพื้นที่เสี่ยงต่อการถูกลิงทำร้ายร่างกาย และการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ลิงก็ไม่ใช่มีเฉพาะปัญหา เพราะที่ผ่านมาก็มีประโยชน์ และยังเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด ส่งเสริมการท่องเที่ยว ดังนั้นแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องจึงต้องคำนึงถึงข้อกังวลของประชาชนทุกกลุ่มด้วย<br />
<br />
น.ส.เกณิกา กล่าวต่อว่า การบริหารจัดการเพื่อแก้ไขปัญหาลิงครั้งนี้ต้องอาศัยร่วมมือของทุกฝ่าย รวมถึงนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.พัชรวาท รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ศึกษากฎหมายที่จะให้อำนาจท้องถิ่นเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องของสัตว์ป่า ภายใต้ พ.ร.บ. สงวนคุ้มครองสัตว์ป่าได้ นอกจากนี้ ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐบาลมีแนวโน้มที่ให้กรมปศุสัตว์ เป็นผู้เข้ามาจัดการกับปัญหาลิง เช่นเดียวกับ สุนัข และแมว ซึ่งแนวทางนี้จะมีการประชุมเร็ว ๆ นี้ เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนต่อไป</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nbt2hd.prd.go.th/th/file/get/file/202404054f905ec763a5e43000644665d9c7925d145835.jpg' type='image/jpg' length='7656792' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[สธ.เร่งตรวจสุขภาพคนงาน - ชุมชน หลังพบ "กากแคดเมียม" ในโรงงานสมุทรสาคร เบื้องต้นคนงาน 11 ราย ไม่พบอาการผิดปกติ]]></title>
<link>https://nbt2hd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2153/iid/276596</link>
<guid isPermaLink="false">5f53d45b069cf0e3a2247e01306e6532</guid>
<pubDate>Fri, 05 Apr 2024 10:16:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร แถลงข้อมูลมีบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดตากขายกากแร่สังกะสีและกากแร่แคดเมียมที่ฝังกลบในจังหวัดตาก ให้กับบริษัทหนึ่งที่ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร จำนวนกว่าหมื่นตัน ว่า เรื่องนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้นำทีมตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว โดยมีสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมด้วย</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ล่าสุดได้รับรายงานจาก นพ.สุรวิทย์ ศักดานุภาพ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร ว่า จากการตรวจสอบพบบริษัทดังกล่าวได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงานเกี่ยวกับการหล่อและหลอมโลหะประเภทต่างๆ 3 โรงงาน โรงงานแห่งแรก พบกากแคดเมียมและกากสังกะสีในถุงบิ๊กแบ็กสีขาวในโรงงาน 1,300 ถุง และนอกโรงงานอีก 100 ถุง แห่งที่ 2 ที่อยู่บริเวณเดียวกัน พบกากอลูมิเนียมอยู่ภายในโรงงาน และมีกากแคดเมียมและกากสังกะสีอยู่นอกโรงงาน 9 ถุง ส่วนแห่งที่ 3 พบกากแคดเมียมและกากสังกะสีอีก 227 ถุง อยู่ภายในโรงงาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ให้เคลื่อนย้ายกากแคดเมียมและกากสังกะสีที่อยู่ภายนอกไปเก็บไว้ในโรงงานทั้งหมดแล้ว โดยกรมควบคุมมลพิษตรวจสอบพบว่ากากแคดเมียมและกากสังกะสีมีการผสมด้วยปอร์ตแลนด์ซีเมนต์ 30% เพื่อทำลายฤทธิ์และอยู่ในสถานะแข็งตัว หากเก็บไว้ในสถานที่มิดชิดและไม่มีการชำระล้าง จะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>นพ.โอภาส กล่าวต่อว่า ในด้านการดูแลผลกระทบทางสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครได้ร่วมกับโรงพยาบาลสมุทรสาคร ตรวจคัดกรองสุขภาพของพนักงานในโรงงานจำนวน 11 ราย แบ่งเป็น คนไทย 8 ราย และต่างด้าว 3 ราย โดยซักประวัติตามแบบฟอร์มการสัมผัสสารโลหะหนักแคดเมียม ตรวจสัญญาณชีพเบื้องต้น ไม่พบความผิดปกติ แพทย์ได้ตรวจร่างกายและเก็บปัสสาวะส่งตรวจหาสารแคดเมียม ซึ่งจะทราบผลภายใน 1 สัปดาห์ และให้บริษัทนัดหมายพนักงานที่เหลือเข้ารับการตรวจสุขภาพกับโรงพยาบาลสมุทรสาครโดยเร็ว นอกจากนี้ จะร่วมกับชุมชนในพื้นที่เร่งค้นหาผู้ที่ได้รับผลกระทบในบริเวณสถานที่ข้างเคียงที่มีอาการที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีดังกล่าวต่อไป ขณะที่กรมควบคุมมลพิษได้ทำการเก็บตัวอย่างน้ำในโรงงานและบริเวณโดยรอบส่งตรวจหาสารปนเปื้อนด้วย จะทราบผลใน 2 สัปดาห์</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nbt2hd.prd.go.th/th/file/get/file/20240405ff6171254f87ca89d5b0b5cd06f07645101757.jpg' type='image/jpg' length='4309870' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ เน้นย้ำ สปสช. จับมือ สปส. เร่งยกระดับหลักประกันสุขภาพ]]></title>
<link>https://nbt2hd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2153/iid/276220</link>
<guid isPermaLink="false">8d96a8d8c357cd74d62fc0f61837a789</guid>
<pubDate>Thu, 04 Apr 2024 10:24:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ความสำคัญกับสุขภาพ การเข้าถึงระบบดูแลสุขภาพประชาชน มุ่งมั่นพัฒนาสิทธิและหลักประกันสุขภาพของไทย ลดความเหลื่อมล้ำ โดยมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตรวจสุขภาพเชิงรุก พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนที่ใช้สิทธิของผู้ประกันตน สามารถตรวจสุขภาพตามรายการสุขภาพพื้นฐานและเพิ่มเติม ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษา ลดอัตราการเจ็บป่วย เพิ่มคุณภาพชีวิต</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>รัฐบาลได้มอบหมายให้ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงสาธารณสุข และ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงแรงงาน บูรณาการความร่วมมือของทั้ง 2 หน่วยงานในการดำเนินการ เพิ่มสิทธิการตรวจสุขภาพของผู้ประกันตน เพื่อสร้างกลไกสำคัญ ส่งเสริมให้ผู้ประกันตนมาใช้สิทธิตรวจสุขภาพตามรายการสุขภาพพื้นฐานของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ รวมถึงการสามารถใช้สิทธิตรวจสุขภาพเพิ่มเติมของสำนักงานประกันสังคม 14 รายการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (เริ่ม 1 เมษายน 2567) มุ่งสร้างเสริมสุขภาพที่ดีให้กับคนไทยทุกคน ทุกสิทธิอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ลดการเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิตจากโรคที่ป้องกันได้ ด้วยการตรวจคัดกรองสุขภาพ ค้นหาความผิดปกติ และนำเข้าสู่กระบวนการรักษาตั้งแต่ระยะแรก รวมถึง ลดความซ้ำซ้อนของชุดบริการตรวจสุขภาพประจำปี (สปส.) และชุดสิทธิประโยชน์สร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (สปสช). และ อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกันตนให้สามารถเข้ารับบริการในหน่วยบริการเพียงแห่งเดียวแต่ได้รับบริการครอบคลุมตามรายสิทธิประโยชน์ทุกรายการที่ทั้งสองหน่วยงานกำหนด</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>สำหรับการบรูณาการร่วมกันครั้งนี้ เป็นการยกระดับความร่วมมือของหน่วยงานในการบริการตรวจสุขภาพ เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จากการบริการการตรวจสุขภาพประจำปี ของสำนักงานประกันสังคม จำนวน 14 รายการ และการบริการสร้างเสริมสุขภาพ และป้องกันโรคตามรายการบริการ (Fee Schedule) ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่จำแนกตามกลุ่มอายุ จำนวน 24 หมวดรายการ โดยการบรูณาการเน้นไปที่การขยายรายการตรวจสุขภาพที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงอายุมากขึ้น เช่น ช่วงอายุ 35 ปีขึ้นไป ได้ตรวจสุขภาพประจำปีฟรี 1 ครั้งทุกปี เช่น ตรวจไขมันในเส้นเลือด (Total cholesterol &amp; HDL cholesterol) น้ำตาลในเลือด (Fasting Blood Sugar) การทำงานของไต (Cr และ eGFR) ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) ตรวจปัสสาวะ (UA) ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง (FiT TEST) การตรวจวัดความดันของเหลวภายในลูกตา (Tonometer) รวมถึงเพิ่มความถี่การถ่ายภาพรังสีทรวงอก (Chest X-ray) เป็นต้น</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ทั้งนี้ รัฐบาลมุ่งมั่นดูแลประชาชน เพื่อลดอัตราการเจ็บป่วยเรื้อรัง และเสียชีวิต รวมถึงลดค่าใช้จ่ายที่จะสูญเสียไปกับค่ารักษาพยาบาล โดยในปัจจุบันมีสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว รวม 213 แห่ง แบ่งเป็น สถานพยาบาลรัฐ 165 แห่ง เอกชน 48 แห่ง สามารถตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการได้ที่ <a href="http://www.sso.go.th">www.sso.go.th </a>หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1506 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nbt2hd.prd.go.th/th/file/get/file/20240404d3b523a9cf496c0c2f395e27a438ec03102609.jpg' type='image/jpg' length='4499976' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“เกณิกา” เผย รัฐบาลเอาจริงปราบปรามสินค้าเกษตรเถื่อน เป็นปัจจัยทำให้ราคายางพาราเพิ่มขึ้น พร้อมเดินหน้านโยบายเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร 3 เท่าภายใน 4 ปี]]></title>
<link>https://nbt2hd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2153/iid/276200</link>
<guid isPermaLink="false">2cec3a1ab3bb3839b12e611652a9e5b9</guid>
<pubDate>Thu, 04 Apr 2024 09:52:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>น.ส.เกณิกา อุ่นจิตร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหาสินค้าการเกษตรเถื่อนที่เป็นปัญหาต่อเนื่องมายาวนาน และเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาสินค้าการเกษตรตกต่ำลง สร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกรทั่วประเทศ ซึ่งนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กำหนดเป็นนโยบายแรก ๆ ตั้งแต่เข้าบริหารประเทศ และได้สั่งการให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปราบปรามปัญหาที่เกิดขึ้นให้ได้ โดยเพิ่มรายได้ให้กับชาวเกษตรกร 3 เท่า ในช่วงระยะ 4 ปีของรัฐบาล</p>

<p>รัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประกาศทำสงครามกับสินค้าเถื่อนทุกประเภทด้วยปฎิบัติการของชุดพญานาคราช คอยเฝ้าระวังร่วมกับฝ่ายความมั่นคง ทั้งกองทัพบก ทัพเรือ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับกฎหมายปราศจากการทำลายป่าของ EU หรือ EU Forestation-free Regulation (EUDR) ที่วันนี้ภาคอุตสาหกรรมการยางถือว่า ยึดตลาดโลกไว้แล้ว โดยเราเป็นผู้นำทางด้านยางพารา และตลาดยุโรปที่มีความมั่นใจในรัฐบาลไทย จึงสั่งยางพาราของเราเพิ่มขึ้น โดยรัฐบาลได้จัดระบบการซื้อยางผ่านตลาด Thai Rubber Trade (TRT) เพื่อเพิ่มความสามารถตรวจสอบผลผลิตตามตลาดโลกด้วย</p>

<p>ทั้งนี้ การยางแห่งประเทศไทยยังดำเนินการสำรวจที่ถือว่าเป็นสาระสำคัญ ปรับปรุงฐานข้อมูลเกษตรกรชาวสวนยางที่ได้ขึ้นทะเบียนกับการยางประเทศไทยให้มีการระบุพิกัด และรูปแปลง ซึ่งปัจจุบันดำเนินไปแล้ว 90% คือ 2,202,940 ไร่ จึงเป็นเหตุผลหนึ่งทำให้ราคายางพารายกระดับขึ้น</p>

<p><em>&ldquo;ราคายางพาราของประเทศไทย จากข้อมูลที่ปรากฏสามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ว่า ยางพาราของเราเป็นตัวกำหนดทิศทางของโลก โดยราคายาง ณ วันที่ 19 มีนาคม 2567 อยู่ที่ 98 บาทต่อกิโลกรัม เป็นยางแผ่นรมควัน คู่แข่งของเราอย่างประเทศญี่ปุ่น ราคายางประเภทเดียวกัน ราคาอยู่ที่ 88 บาท และประเทศจีน ราคาอยู่ที่ 77 บาท แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ราคายางพาราของเราปรับสูงขึ้น และสามารถทำให้ชาวสวนยางลืมตาอ้าปากได้&rdquo;</em> น.ส.เกณิกา กล่าว</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nbt2hd.prd.go.th/th/file/get/file/20240404ff0dcf2c7441eb34dd006db9c3af4903095412.jpg' type='image/jpg' length='4227052' />
</item>
</channel>
</rss>
